พฤติกรรมที่ไม่น่ารักของลูกๆ ที่พ่อแม่ต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด


Categories :

เด็กๆ นั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่พร้อมจะแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ ในบ้างครั้งที่เราไม่ได้อยู่กับลูก เด็กๆ อาจจะเผลอไปซึมซับพฤติกรรมที่ไม่น่ารักมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ความผิดของเขาเลย ดังนั้นเมื่อเราเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ คุณพ่อคุรแม่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน มีพฤติกรรมอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ลูกชอบกรี๊ด 

หนึง่ในพฤติกรรมที่ไม่น่ารักที่หลายบ้านจะต้องเจอ นั่นก็คือลูกชอบกรี๊ด โดยเฉพาะเวลาที่ไม่พอใจก็มักจะกรี๊ดอออกมา ซึ่งแน่นอนว่าพอเห็นลูกแบบนี้หลายคนก็อาจจะตามใจจนทำให้เขารู้สึกว่าถ้ากรี๊ดแล้วพ่อแม่จะตามใจ จนติดเป็นนิสัย ดังนั้นเมื่อลูกกรี๊ด คุรจะต้องพูดคุยและสนใจลูกอย่างใกล้ชิด และสอนว่าให้ความคุมตัวเอง และใช้เหตุผล 

ลูกโกหก 

เพราะว่าเด็กเล็กนั้นยังไม่เข้าใจและไม่สามารถแยกแยะความจริงกับจินตานาการได้อย่างชัดเจน บางครั้งเค้าจึงพูดเรื่อยเปื่อย ซึ่งบางครั้งอาจะเป็นผลมาจากความกลัวว่าถ้าพูดความจริงพ่อแม่อาจจะโกรธ ดังนั้นคุณต้องเปิดใจคุยกับลูกให้มากขึ้น ใช้เหตุผลดน้มน้ามให้ลูกกล้าที่จะสารภาพเมื่อทำผิด เพียงเท่านี้ เขาก็จะไม่รู้สึกกลัวและไม่โหก

ลุกชอบกัดเล็บ

เด็กๆ มักจะชอบมีพฤติกรรมกัดเล็บเวลาเผลอ เหม่อลอย หรืออาจมีสาเหตุมาจากวามเครียด และความกังวลต่างๆ เมื่อคุณพบพฤติกรรมเหล่านี้ คุณเองก็ควรจะเข้าใจ และใจเย็นเพื่อหาสาเหตุว่าลูกๆ กำลังเครียดหรือกังวลอะไร ค่อยๆ ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนจากการกัดผ้าเป็นกัดของเล่นยาง หรือชวนทำกิจกรรมอื่นๆ ให้ผ่อนคลาย

ตี/ชกตัวเอง

เป็นพฤติกรรมที่มาพร้อมๆ กับการกรี๊ด ซึ่งจะเกิดจาดความโกรธ ความอึดอัด เอาแต่ใจ หงุดหงุด เป็นต้น ถ้าหากว่าเราเห็นแล้วเข้าไปตี ลูกก็อาจจะจำพฤติกรรมเหล่านี้ แม้จะทำให้กลัวได้ แต่ก็กลายเป็นความกดดันในที่สด ดังนั้นเมื่อลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้ชั่วขณะ พ่อแม่ต้องพยายามเบี่งเบยความสนใจของลูกออกไป เพื่อให้เขารู้สึกสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่า แล้วก็จะหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ไปเอง

ดูดนิ้ว 

สำหรับพฤติกรรมการดูดนิ้วนั้นเป็นเพราะเด็กๆ จะชอบสำรวจนิ้วมือตัวเอง หรือมีอาการคันเหงือก รวมไปถึงการสื่สารว่าหิว ซึ่งในช่วงขวบปีแรกก็อาจจะเป็นเรื่องปกติ และจะหายไปได้ แต่ถ้าเมื่อโตขึ้นแล้วยังคงดูดนิ้วก็คงจะเป็นบุคลิกที่มี่สักเท่าไหร่นัก ลองเปลีย่นความสนใจโดยการใช้ของเล่น หรือค่อยๆ ดึงมือออก และต้องไม่ดุ ไม่เช่นนั้นเค้าจะแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ออกมามากขึ้น 

รู้แบบนี้แล้วลองหันไปดูลูกๆที่ยู่ข้างๆ ว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีต้องรีบแก้ไข เพื่อไม่ให้กลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก